เงือกแห่งสมิหลา : สัญลักษณ์ของการจัดการประชุม IPSF ครั้งที่ 54
หากกล่าวถึงนางเงือกที่เป็นรูปปั้นลอยตัวที่เป็น landmark ของสถานที่หนึ่งๆ แล้ว คนค่อนโลกจะนึกไปถึงนางเงือกนางหนึ่ง ที่มีชื่อว่า “The Little Mermaid” ซึ่งนั่งโดดเด่นอยู่บนโขดหินใหญ่ ริมอ่าวโคเปนเฮเกนของประเทศเดนมาร์ก แต่ในหมู่คนไทยแล้ว จะนึกถึงนางเงือกที่สงขลา นางเงือกทองที่แหลมสมิหลา ดังนั้น การใช้รูปปั้นนางเงือกมาเป็นสัญลักษณ์อะไรให้สื่อถึงประเทศไทย ที่มองแล้วใช่เลย จึงอาจโดนรัศมีของเงือกน้อยอีกฟากของโลกบดบังเอาได้ง่ายๆ
รูปปั้นเงือกน้อย (The statue of The Little Mermaid) เป็นรูปปั้นสำริดรูปเงือกนั่งอยู่บนก้อนหิน มีขนาดความสูงประมาณ 1.25 เมตร ตั้งอยู่ที่สวนสาธารณะริมอ่าวโคเปนเฮเกน เป็นจุดท่องเที่ยวสำคัญแห่งหนึ่งของโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2452 เป็นเรื่องน่าตกใจ ที่นางเงือกนางนี้ เคยถูกลักลอบทำลาย ทำให้เสียหาย อยู่หลายครั้ง รูปปั้นปัจจุบันเป็นแบบจำลองจากต้นฉบับที่ชำรุด ช่วงปี พ.ศ. 2553 รูปปั้นนางเงือกนี้ ได้ถูกยกไปจัดแสดงที่งาน Expo 2010 ที่ Shiang Hai
ตั้งแต่คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้เสนอตัวเป็นเจ้าภาพในการจัดประชุม IPSF หรือ ชื่อเป็นทางการว่า “โครงการประชุมวิชาการนิสิต นักศึกษาเภสัชศาสตร์โลกครั้งที่ 57 ประจำปี พ.ศ. 2554 (57th IPSF world Congress 2011)” เมื่อ 2 ปีที่แล้ว ซึ่งงานนี้ ถือเป็นงานใหญ่ระดับโลก (ฟังดูใหญ่เกินจริง แต่ความใหญ่เป็นระดับโลกจริงๆ) การออกแบบสัญลักษณ์งานจึงประกอบด้วย 2 ส่วนคือ “ความเป็นเภสัชศาสตร์” และ “ความเป็นไทย” ซึ่งความเป็นไทยนั้น คือ ความเป็นไทยแบบภาคใต้ ความเป็นไทยแบบหาดใหญ่ คงไม่ใช่ความเป็นไทยแบบภาคกลางจ๋า ไปเลยทีเดียว
การกำหนดนางเงือก เป็นสัญลักษณ์งาน เป็นความคิดริเริ่มของรุ่นพี่คนหนึ่ง ซึ่งอาจเป็นไม่กี่สิ่งที่จะเป็นอัตลักษณ์ของ ความเป็นไทยแบบใต้ เนื่องจากการจัดงานส่วนใหญ่ เกิดขึ้นที่ “หาดใหญ่” ซึ่งเป็นเมืองที่ไม่มีอัตลักษณ์ที่ชัดเจน หากงานเกิดที่หาดใหญ่จริง Landmark ที่จะต้องไปเยี่ยมชม ก็คือทะเลแบบใต้ๆ นั่นคือการไปชมนางเงือกทองแห่งแหลมสมิหลา
ถึงขั้นนี้ มี Keywords มากมายเกี่ยวกับสัญลักษณ์งานฯ ได้แก่ Hatyai Songkhla Samila Mermaid Thailand ซึ่งเยอะไป และดูสับสน เพราะ Samila Mermaid อยู่ใน Songkhla และ Hatyai ก็อยู่ใน Songkhla แต่ Samila Mermaid ไม่ได้อยู่ใน Hatyai และแท้จริงแล้วคำว่า Hatyai ดูจะมีภาษีมากกว่า Songkhla ดังนั้น สุดท้ายแล้ว จึงตัดคำว่า “Songkhla” ออกไปเหลือเพียง “Samila Mermaid Hatyai Thailand” ซึ่งยังดูเยิ่นเย้อ จึงได้แบ่งคำว่า “Samila Mermaid” ให้เป็นชื่อธีมของงานและ “Hatyai, Thailand” เป็นชื่อ Location ของงาน โดยชาวต่างชาติไม่จำเป็นต้องรู้ว่า Hatyai อยู่ในสงขลาและ Samila Mermaid ไม่ได้อยู่ในหาดใหญ่
นอกจากนางเงือกจะเป็นตัวแทนของ เงือกทองที่มีอยู่จริงที่แหลมสมิหลาแล้ว ยังเป็นตัวแทนของความเป็นทะเล เมื่อมองแผนที่ประเทศไทยจะเห็นภาคใต้ที่มีทะเลขนาบไปตามความยาว นางเงือก เป็นสิ่งแสดงถึงความสดใส และความมีชีวิตของท้องทะเลได้อีกด้วย
จึงได้สัญลักษณ์งาน ดังภาพ ซึ่งมีคำอธิบายดังนี้
- นางเงือกกำลังหวีผม เป็นท่าทางจริงของเงือกทองที่หาดสมิหลา มีที่มาและความหมายดังอธิบายข้างต้น
- ปอยผมยาวและม้วนพันรอบหางเงือก ก่อนที่จะตวัดขึ้น แลดูคล้ายงูที่พันถ้วยยา(หางเงือก) เป็นสัญลักษณ์แทนวิชาชีพเภสัชกรรมที่เป็นสากล
- ทะเล เกาะ และก้อนเมฆ เป็นส่วนที่แสดงถึงความเป็นไทยแบบใต้ ท้องฟ้าและหาดทราย เกาะ 2 เกาะที่อยู่เบื้องหลังคือ เกาะหนูและเกาะแมว ซึ่งเป็นตำนานที่อยู่คู่ทะเลสงขลามานาน
- ลายบนลำตัวนางเงือก เป็นรูปแผนที่ประเทศไทยส่วนภาคใต้ และภาพตึกสูงของเมืองหาดใหญ่ นอกจากนี้ยังมีข้อความลางๆ เป็นชื่องาน ส่วนนี้ไม่ได้เน้นความหมายอะไรมาก เป็นความบ้าพลังของคนออกแบบมากกว่า ที่เห็นว่าบนตัวนางเงือกโล่งเกินไป จึงอยากใส่อะไรแอบแฝงไว้บ้าง
- ความอ่อนช้อยของความเป็นไทย ได้ถูกสอดแทรกในส่วนต่างๆของรูปเช่น นิ้วมือ ซึ่งมีลักษณะคล้ายในภาพจิตรกรรมไทยสมัยก่อน เกลียวคลื่นและปุยเมฆ เป็นต้น
นอกจากนี้ สัญลักษณ์ชิ้นนี้ ยังดูแหวกแนวจากสัญลักษณ์ทั่วไป ตรงที่มันเยอะ … โดย logo ทั่วไป ยิ่งมีลักษณะเรียบง่ายเข้าไว้ยิ่งดี สัญลักษณ์ชิ้นนี้เยอะทั้งเนื้อหาและการใช้สีแบบไล่โทน ก็เกิดจากความบ้าพลังเช่นกัน โดยส่วนตัวเคยชอบตราสัญลักษณ์ใดๆ ที่อยู่บนพื้นขาวและมีเส้นโค้งๆ ที่มีสีเรียบๆ หลายๆสีเชื่อมโยงกัน … แต่พบว่า สัญลักษณ์ดังกล่าว ยิ่งนานวันก็ยิ่งเยอะ จนดูแล้วจะเบื่อให้ได้ (ถ้านึกไม่ออก ลองนึกถึงตราสัญลักษณ์ที่ฉลองครบรอบกี่ปีๆ ขององค์กร/สถาบันต่างๆดูสิครับ เหอะๆ) — อย่างไรก็ตาม เป็นความเห็นส่วนตัวนะครับ
แบบ Monochrome จะดูเรียบง่ายและสะดวกต่อการใช้งานมากกว่า
โดยหลังจากนั้น ได้มีการประกวดสัญลักษณ์งานนี้ภายในประเทศอีกครั้ง แต่สัญลักษณ์นี้ก็ผ่านการโหวตมาจนได้ (ที่ส่งประกวดมีอันนึงที่ผมแอบชอบมากกว่าอีก — เห้อ)
สุดท้ายคือรายละเอียดเกี่ยวกับตัวอักษรของสัญลักษณ์นี้ เป็นตัวอักษรที่ดัดแปลงจากฟอนท์อันหนึ่งที่มีชื่อว่า Indonesiana Version Alpha โดยบางตัวก็วาดขึ้นมาเอง (เช่นตัว S ตั้งใจให้มีลักษณะคล้ายงู) เป็นต้น
ปล. เป็นงานนักศึกษานะครับ อย่าคิดมาก และอย่าเปรียบเทียบกับปีอื่นๆ T-T
ปล.2 ก่อนหน้าสัญลักษณ์แบบปัจจุบัน ยังมีอัน demo ซึ่งมีหน้าตาแบบนี้
ซึ่งต้องการใช้ท่ารำไทยในการประกอบเป็นตัวนางเงือก และมีอีกมือหนึ่งถือยา แค่นี้ “ครบ” — 555
สภาพโต๊ะออกแบบเมื่อ 2 ปีที่แล้ว
ปล.3 สุดท้ายขอแถมภาพนางเงือกทอง ที่เคยถ่ายไว้
หวังไว้เล่นๆ ว่า Samila Mermaid จะเป็นที่รู้จักในประชาคมโลกมากขึ้น (ขนาดนั้น — 555)
เป็นรูปปั้นที่ไม่เคยว่าง … ขนาดมาตอนเช้ายังมีคน ตอนเย็นยิ่งมีคนมาก
นางเงือกมุมนี้ คือต้นแบบในการออกแบบสัญลักษณ์ดังกล่าว …
มีฉากหลังเป็นท้องทะเลอ่าวไทยและเกาะหนูเกาะแมว
ตั้งอยู่บนโขดหิน เกือบปลายสุดของแหลมสมิหลา มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2509 ![]()
นอกจากนี้ยังเป็นรูปปั้นที่มีคนลวนลามมากที่สุดในประเทศไทยอีกด้วย ไปทุกทีจะเห็นคนจับตรงนั้นทุกที
บางทีก็เผลอนึกไปว่า นางเงือกเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ต้องพนมมือไหว้นะ — ที่จริงไม่ใช่หรอก ![]()
วิวโดยรวมของแหลมสมิหลา ซ้ายมือคือ รูปปั้นเงือกทอง และขวามือเป็นศาลาไทย
หวังว่าจะเข้าใจมากขึ้นครับ ….///



สุโก้ยเดส!!